ในยุคปัจจุบัน การออมเงินและการลงทุนในรูปแบบของเงินฝากคงจะให้ผลตอบแทนที่ไม่เพียงพอต่อ นักลงทุนอีกต่อไป เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีการปรับตัวลดลงค่อนข้างสูง จึงทำให้นักลงทุนทั้งหลายเริ่มมองหาทางเลือกในการลงทุนแบบใหม่ๆ เพื่อนำมาชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปจากการปรับตัวลดลงของอัตราดอกเบี้ย
ในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการลงทุนในรูปแบบใหม่ และเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมของนักลงทุนในยุคปัจจุบัน นั่นก็คือ การลงทุนผ่านกองทุนรวม แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมนั้น เราต้องเข้าใจเสียก่อนว่าการลงทุนทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โอกาสและข้อจำกัด เสมือนเหรียญที่มีสองด้าน ดังนั้นจึงควรมาทำความรู้จักกับข้อดีและข้อเสียของการลงทุนผ่านกองทุนรวมกัน ก่อนดีกว่า
ข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวม
1. มีมืออาชีพที่มีความเชียวชาญคอยดูแลและตัดสินใจลงทุนให้ การ ลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้น จะมีผู้จัดการกองทุนซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการลงทุน คอยดูแลบริหารจัดการลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่ได้ กำหนดไว้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือ รวมถึงข้อมูลข่าวสารที่เพียบพร้อมกว่าการลงทุนด้วยตัวเอง
2. สามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายของตนเองได้ กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักลงทุน โดยกองทุนรวมแต่ละกองจะมีนโยบายการลงทุนเฉพาะตัวในการนำเงินที่ระดมได้ไปลง ทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ นักลงทุนสามารถพิจารณาว่านโยบายการลงทุนของกองทุนรวมนั้นเหมาะสมกับจุดมุ่ง หมายของตนมากน้อยเพียงใด และเหมาะสมกับทุนทรัพย์ที่ตนมีอยู่หรือไม่
3. สามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า โดยปกติแล้วนักลงทุนรายย่อยจะมีเงินทุนที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้กระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ได้เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดจากการปรับตัวลดลงของราคาหลักทรัพย์ในตลาดค่อนข้างที่จะ รุนแรง แต่ถ้านักลงทุนรายย่อยนำเงินมารวมกันเป็นกองทุนขนาดใหญ่ มีกำลังเงินมากขึ้น ทำให้กระจายการลงทุนได้มากขึ้น โดยอาจลงทุนในหลักในทรัพย์ได้มากขึ้น ผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของราคาหลักทรัพย์จึงไม่รุนแรงเท่ากับการลงทุนด้วย ตนเอง เพราะสามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า
4. มีอำนาจในการต่อรองสูงขึ้น ในฐานะบุคคลธรรมดา การเข้าถึงหลักทรัพย์บางประเภทอาจเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักทรัพย์ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น หลักทรัพย์เปิดจองใหม่ หรือหลักทรัพย์เพิ่มทุนที่มีคุณภาพ นอกจากนี้การเข้าถึงหลักทรัพย์อาจเป็นไปไม่ได้เลยถ้าหลักทรัพย์นั้นต้องใช้ เงินลงทุนจำนวนมาก
หรือถ้าหลักทรัพย์นั้นถูกเสนอขายเฉพาะเจาะจงให้แก่นักลงทุนสถาบันเท่านั้น แต่การลงทุนผ่านกองทุนรวมเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหลักทรัพย์เหล่า นั้นได้ เพราะกองทุนรวมถูกจัดอยู่ในประเภทนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมีบัญชีซื้อขายกับหลายบริษัทโบรกเกอร์ อีกทั้งยังมีเงินลงทุนขนาดใหญ่ และมีปริมาณการซื้อขายจำนวนมาก จึงทำให้ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าว
5. มีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนเปิดที่ซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ โดยจะได้รับเงินคืนตามราคามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ไถ่ถอนหน่วยลงทุนนั้น แต่อาจมีค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนบ้างสำหรับบางกองทุน
6. ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี รายได้ที่ได้จากการลงทุนในหลักทรัพย์ของกองทุนรวมไม่ต้องเสียภาษี จึงทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่มากกว่าการลงทุนด้วย ตนเอง
7. มีกลไกป้องกันผู้ถือหน่วยลงทุน สำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้ทำหน้าที่กำกับดูแล และกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับธุรกิจจัดการลงทุน อีกทั้งมีผู้ดูแลผลประโยชน์คอยควบคุมให้ผู้จัดการกองทุนปฏิบัติตามกฎ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนให้แก่นักลงทุน
ข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวม
1. เสียค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ เป็นต้น โดยปกติค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.5 1.5 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งค่าใช้จ่ายจะมากหรือน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุน และความยากง่ายในการบริหาร ซึ่งนักลงทุนมีข้อผูกมัดต้องจ่ายค่าธรรมเนียม แม้ว่าผลการบริหารกองทุนจะขาดทุนก็ตาม
2. ไม่คล่องตัวเท่ากับการลงทุนด้วยตนเอง การติดต่อซื้อขายหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการลงทุนโดยตรง หรือผ่านตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนของบริษัทจัดการลงทุน อาจมีความยุ่งยากและไม่รวดเร็วเท่ากับการติดต่อซื้อขายกับบริษัทโบรกเกอร์ เมื่อลงทุนด้วยตนเอง ทั้งนี้ขึ้นกับบริการของแต่ละบริษัทจัดการ นอกจากนี้ข้อมูลข่าวสารการลงทุนของกองทุนรวมที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับก็ ค่อยข้างล่าช้า
3. ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการลงทุนได้ ทำได้แค่เพียงคอยตรวจตราดูแลการบริหารจัดการลงทุนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ และนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้
4. การซื้อขายกองทุนรวจมีผลต่อราคาตลาด เนื่องจากปริมาณการซื้อขายของกองทุนรวมมาก จึงส่งผลต่อราคาตลาดของหลักทรัพย์ ดังนั้น การลงทุนของกองทุนรวมโดยส่วนใหญ่จึงมักจำกัดอยู่ที่หลักทรัพย์ที่มีมูลค่า การซื้อขาย และสภาพคล่องสูง
ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่นักลงทุนควรจะทราบก่อนการตัดสินใจลงทุน และเมื่อทราบถึงข้อดีและข้อเสียของการลงทุนผ่านกองทุนรวมกันแล้ว นักลงทุนก็สามารถพิจารณาได้ว่า ตนเองเหมาะที่จะลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือไม่ และยอมรับข้อเสียของการลงทุนผ่านกองทุนรวมได้มากน้อยเพียงใด เมื่อพิจารณาได้แล้ว ผลที่ออกมาคือความต้องการที่จะลงทุนผ่านกองทุนรวม สิ่งที่ต้องทำต่อไปนั้นก็คือการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่สอดคล้องกับความ ต้องการและวัตถุประสงค์ของตน
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URL