
ปตท.ร่วมกับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมอบสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ด้วยโปรโมชั่น

- รับเงินคืน 5% เมื่อเติมน้ำมันครบทุก 800 บาท ด้วยบัตรวิซ่าแพลตตินั่มอีลิท -บัตรมาสเตอร์การ์ดแพลตตินั่ม และ บัตรวีซ่าเพื่อธุรกิจ
- รับเงินคืน 2% เมื่อเติมน้ำมันครบทุก 800 บาท ด้วยบัตรไททาเนียม - บัตรทอง - บัตรคลาสสิค และบัตรมอร์เกจ ลิงก์ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่รับบัตรเครดิต ทั่วประเทศ
ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิผ่าน SMS โดยพิมพ์ PTT เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลัก ส่งมาที่ 4806026 ค่าส่งครั้งละ 3 บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1595
ตั้งแต่ 16 ต.ค.52 ถึง 15 ม.ค 53
ที่มา: http://www.pttplc.com/TH/nc_pr_dt.aspx?K=Mjk0Ng==
ฉบับที่ 98/2552
2 กันยายน 2552
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความมั่นใจระบบซื้อขายหลักทรัพย์มีประสิทธิภาพ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอยืนยันว่า ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ มี
ประสิทธิภาพและมีความพร้อมในการรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่องตาม
มาตรฐานสากล รวมทั้ง มีระบบสำรองที่พร้อมรองรับกรณีเกิดปัญหา เพื่อให้สามารถทำการซื้อ
ขายหลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในการ ซื้อขายภาคเช้าของวันที่ 2
กันยายน 2552 เกิดจากระบบการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทสมาชิกที่พัฒนา
โดยผู้พัฒนาระบบรายหนึ่ง
ในการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ ของ บมจ. เซาท์เทิร์นสตีล ซึ่งใช้ชื่อย่อว่า
“2S” ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ตรวจสอบกับบริษัทสมาชิกทุกรายล่วงหน้า และสอบถามถึงความพร้อมของ
บริษัทสมาชิก ซึ่งได้รับการยืนยันความพร้อมของระบบส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์จากผู้พัฒนาระบบให้
บริษัทสมาชิก และจากบริษัทสมาชิกทุกรายมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ก่อนเวลาเปิดการซื้อขายตามปกติ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่ามีปัญหาที่เกิดจากความขัดข้อง
ของระบบการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์จากบริษัทสมาชิกจำนวน 16 รายที่ใช้บริการจากผู้พัฒนาระบบ
รายหนึ่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้เลื่อนเปิดเวลาซื้อขายหลักทรัพย์ออกไป 1 ชั่วโมง ในการซื้อขายภาค
เช้าของวันที่ 2 กันยายน 2552 เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับระบบโดยรวมของตลาด
หลักทรัพย์ฯ และหลังจากเปิดตลาดตั้งแต่เวลา 11.00 น เป็นต้นมา ระบบการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์
ของบริษัทสมาชิกทุกราย สามารถทำงานได้ตามปกติ
จากเหตุดังกล่าว สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ได้มีข้อเสนอแนะมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า “เนื่องจากมี
บริษัทสมาชิกจำนวน 16 ราย ซึ่งใช้โปรแกรมการซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้จัดทำโปรแกรมรายหนึ่ง ไม่
สามารถรองรับหุ้น 2S เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิค จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาในการซื้อขาย จนทำให้ต้องมี
การเลื่อนการเปิดการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯในเช้าวันนี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง คณะกรรมการบริหาร
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จึงขอเสนอความเห็นหนึ่งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ พิจารณาเปลี่ยนชื่อหลักทรัพย์
จาก 2S ให้ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเช่นปกติ” และในการนี้ บมจ. เซาท์เทิร์นสตีล ได้แจ้งว่า “ได้ทราบว่าบริษัท
ผู้พัฒนาระบบการส่งคำสั่งซื้อขายของบริษัทสมาชิกไม่สามารถรองรับชื่อย่อหลักทรัพย์ของทางบริษัทได้
นั้น เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการแก้ไขปัญหาของบริษัทผู้พัฒนาระบบการส่งคำสั่งซื้อ
ขายของบริษัทสมาชิก บริษัทจึงขอแจ้งเปลี่ยนชื่อย่อในการหลักทรัพย์ใหม่ จาก “2S” เป็น “S2″ โดย
ขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2552 เป็นต้นไป”
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงจะเปลี่ยนชื่อย่อของหลักทรัพย์ของ บมจ.เซาท์เทิร์นสตีล เป็น “S2″ ตั้งแต่วันที่ 3
กันยายน 2552 เป็นต้นไป
นาย กิตติ ธนากิจอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท คีรีมายา จำกัด ผู้บริหารโครงการรีสอร์ทระดับ 5 ดาว “คีรีมายา” เขาใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโครงการ มุติมายา เขาใหญ่ ตั้งแต่เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นโครงการมุติมายา ฟอเรสท์ พูลวิลล่า รีสอร์ท 67 หลัง ที่ลูกค้าเมื่อซื้อแล้ว สามารถนำมาให้เช่าภายใต้การดูแลของบริษัท โดยคิดอัตราเช่าคืนละ 17,500 บาท รับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ 3-4% ต่อปี ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 42 หลัง และโครงการ คีรีมายา เรสซิเดนส์ ที่ดินจัดสรร 70 แปลง เนื้อที่ 400-800 ตารางวา ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท แต่หากซื้อพร้อมบ้านราคาอยู่ที่ 24-30 ล้านบาท
ขณะนี้มียอดขายแล้ว 60% โดยเป็นชาวต่างชาติ 30% รวมมูลค่าทั้ง 2 โครงการ 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีที่ดินเหลืออีก 500 ไร่ ที่จะพัฒนาในอนาคต ส่วนแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เขาใหญ่จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเมื่อปี”48 ราคาที่ดินอยู่ที่ 250,000 บาทต่อไร่ แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านบาทต่อไร่ และยังคงมีทิศทางสูงขึ้นอีกในอนาคต
ที่มา: http://www.teedinkhaoyai.com/ข่าวเกี่ยวกับที่ดินเขาใหญ่/คีรีมายาย้ำ-ที่เขาใหญ่ราคาขึ้นต่อ/
บลจ. กสิกรไทย เชื่อกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลียังโดนใจผู้ลงทุน เตรียมส่งเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี เอโอ และเค พันธบัตรเกาหลี 10 เดือน เอ ขายพร้อมกันในวันที่ 9-15 มิถุนายน นี้
นายนคร ตามไท ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและสื่อสารการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดขายกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี อีก 2 กองทุน ในวันที่ 9-15 มิถุนายน 2552 ได้แก่ กองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี เอโอ (KKG1YAO) และกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 10 เดือน เอ (KKG10MA) เพื่อรองรับผู้ลงทุนที่ยังคงต้องการลงทุนโดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจูงใจกว่าเงินฝาก และเชื่อมั่นในการลงทุนผ่านพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี1 ปี เอโอ (KKG1YAO) มีระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ลงทุน ที่ต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนภายใต้รอบระยะเวลาลงทุนที่สั้นขึ้น ด้วยกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 10 เดือน เอ (KKG10MA) ซึ่งมีระยะเวลาลงทุนประมาณ 10 เดือน มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท
“กองทุนพันธบัตรเกาหลีทั้ง 2 กองทุน ยังคงเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ จาก Moody’s / Standard and Poor’s / FITCH Rating โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้น ที่ P1 / A1 / F1 และ ระยะยาวที่ A2 / A / A+ ตามลำดับ ซึ่งการได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูงจากสถาบันชั้นนำของโลกเช่นนี้ ยังคงชี้ชัดถึงเสถียรภาพและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสารที่ยังอยู่ในระดับสูง ผู้ลงทุนจึงเชื่อมั่นได้ในด้านคุณภาพและระดับความเสี่ยงของตราสารที่เลือกลงทุน นอกจากนี้ ทั้ง 2 กองทุนยังคงนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 100% นับว่าเพิ่มความอุ่นใจในการลงทุนได้อีกขั้นหนึ่ง” นายนครกล่าว
นายนครกล่าวต่อไปว่า โอกาสรับผลตอบแทนจากทั้ง 2 กองทุนยังคงอยู่ในระดับที่ดี และคาดว่าจะให้โอกาสรับผลตอบแทนที่จูงใจกว่าเมื่อเทียบกับเงินฝากประจำ และพันธบัตรรัฐบาลในประเทศที่มีอายุตราสารใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกองทุนพันธบัตรเกาหลีแต่ละกองทุนมีระยะเวลาการเสนอขายที่ต่างกันอาจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่างกันไปบ้างเล็กน้อยตามสภาวะของตลาดในแต่ละช่วง
ผู้ที่สนใจลงทุน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และ บลจ.กสิกรไทย จำกัด ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท
ในปี 2552 บลจ.กสิกรไทย จำกัด เสนอขายกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี ไปแล้วทั้งสิ้น 14 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนเปิดเค พันธบัตรเกาหลี 1 ปี เอเอ, เอบี, เอซี, เอดี, เออี, เอเอฟ, เอจี, เอเอช, เอไอ, เอเจ, เอเค, เอแอล, เอเอ็ม และเอเอ็น ยอดระดมทุนกว่า 40,000 ล้านบาท
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เสนอขาย หุ้นกู้อายุ 4 ปี อันดับเครดิต A โดย บริษัท ทริสเรทติ้งจำกัด จองซื้อ ขั้นต่ำ 1 แสนบาท เปิดจองซื้อ 21-23 ก.ค.นี้ที่
ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา *จะแจ้งอัตราดอกเบี้ยให้ทราบ เร็วๆ นี้
![]() |
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) |
|
สรุปข้อมูลการออกและเสนอขายตราสารหนี้ของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) |
|
|
|
|
|
รายละเอียดหุ้นกู้ที่เสนอขาย |
|
|
หุ้นกู้ |
หุ้นกู้ของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2552 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2556 |
|
ชนิดของหุ้นกู้ |
หุ้นกู้ระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ |
|
จำนวนที่เสนอขาย |
จำนวนเสนอขายสูงสุดรวมไม่เกิน [2,000,000,000] ล้านบาท |
|
อายุหุ้นกู้ |
อายุ 4 ปี |
|
อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ |
อันดับเครดิตองค์กร: A Stable Outlook โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด อันดับเครดิตหุ้นกู้: A โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด |
|
อัตราดอกเบี้ย |
อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ [·] % ต่อปี |
|
การชำระดอกเบี้ย |
ทุกๆ 6 เดือน ในวันที่ 24 ของเดือนกรกฎาคมและมกราคมของทุกปีตลอดอายุหุ้นกู้ |
|
วันที่ออกหุ้นกู้ |
วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 |
|
วันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ |
วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 |
|
กลุ่มลูกค้า |
ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนทั่วไป |
|
ยอดจองซื้อขั้นต่ำ |
|
|
ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ |
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) |
|
นายทะเบียนหุ้นกู้ |
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) |
|
วัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ |
บริษัทมีความประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายตราสารหนี้ในครั้งนี้ เพื่อใช้ในการชำระคืนเงินกู้และใช้ในการลงทุนขยายกิจการ |
|
วิธีการจองซื้อ |
|
|
วันที่เปิดจองซื้อหุ้นกู้ |
ภายใน วันที่ 21-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 |
|
ผู้จัดการการจัดจำหน่าย |
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) |
|
วิธีการขอรับหนังสือชี้ชวนและใบจองซื้อหุ้นกู้ |
ติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนและใบจองซื้อหุ้นกู้ได้ที่สาขาธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ |
|
วิธีการชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ |
ผู้จองซื้อหุ้นกู้จะต้องชำระเงินค่าจองซื้อครั้งเดียวเต็มจำนวนที่จองซื้อโดยวิธีการดังต่อไปนี้
|
|
การกรอกรายละเอียดในใบจองซื้อ |
ผู้จองซื้อต้องกรอกรายละเอียดการจองซื้อในใบจองซื้อหุ้นกู้ให้ถูกต้องครบถ้วนและชัดเจน พร้อมลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท (ถ้ามี) และสามารถนำส่งใบจองซื้อได้ที่สำนักงานของผู้จัดการการจัดจำหน่าย โดยมีระยะเวลาการจองซื้อตั้งแต่วันที่ 21-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ในเวลาทำการของผู้จัดการการจัดจำหน่าย และมีเอกสารประกอบการจองซื้อ ดังนี้
|
|
วิธีรับดอกเบี้ย |
(ก) กรณีทั่วไป ผู้ออกหุ้นกู้จะชำระดอกเบี้ย หรือเงินจำนวนอื่นใด (ถ้ามี) ที่ครบกำหนดชำระผ่านนายทะเบียนหุ้นกู้ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้ โดยเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายเฉพาะในนามของผู้ถือหุ้นกู้ ลงวันที่ตรงกับวันทำการที่ต้องชำระเงินตามข้อกำหนดสิทธิ โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไปรษณีย์อากาศ (Air Mail) (ในกรณีที่ส่งถึงผู้ถือหุ้นกู้ในต่างประเทศ) ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ตามที่อยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้ หรือโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ของผู้ถือหุ้นกู้ตามรายละเอียดที่ผู้ถือหุ้นกู้ได้แจ้งไว้ในใบจองซื้อหุ้นกู้หรือที่ผู้ถือหุ้นกู้ได้แจ้งให้นายทะเบียนหุ้นกู้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 (สิบห้า) วันทำการก่อนวันชำระเงินนั้น ๆ ทั้งนี้ ในการชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ผู้ถือหุ้นกู้ไม่จำต้องนำใบหุ้นกู้มาเวนคืนให้แก่นายทะเบียนหุ้นกู้ เว้นแต่ในกรณีที่มีข้อสงสัย ผู้ออกหุ้นกู้และนายทะเบียนหุ้นกู้สามารถใช้ดุลพินิจเรียกให้ผู้ถือหุ้นกู้รายใด ๆ นำใบหุ้นกู้มาเวนคืนได้
(ข) กรณีที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เป็นผู้ถือหุ้นกู้แทน ผู้ออกหุ้นกู้จะชำระดอกเบี้ย หรือเงินจำนวนอื่นใด (ถ้ามี) ที่ครบกำหนดชำระผ่านนายทะเบียนหุ้นกู้ให้แก่บุคคลที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์มีหนังสือแจ้งมายังนายทะเบียนหุ้นกู้ว่าเป็นผู้ทรงสิทธิในหุ้นกู้จำนวนต่าง ๆ ที่ลงทะเบียนในสมุดทะเบียนหุ้นกู้ไว้ในชื่อของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ โดยเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายเฉพาะในนามของผู้ถือหุ้นกู้ ลงวันที่ตรงกับวันทำการที่ต้องชำระเงินตามข้อกำหนดสิทธิ โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไปรษณีย์อากาศ (Air Mail) (ในกรณีที่ส่งถึงผู้ถือหุ้นกู้ในต่างประเทศ) ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ตามที่อยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้ ตามที่ได้รับแจ้งจากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ของผู้ถือหุ้นกู้ ตามรายละเอียดที่ผู้ถือหุ้นกู้ได้แจ้งไว้ในใบจองซื้อหุ้นกู้หรือที่ผู้ถือหุ้นกู้ได้แจ้งให้นายทะเบียนหุ้นกู้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 (สิบห้า) วันทำการก่อนวันชำระเงินนั้น ๆ ทั้งนี้ ในการชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ผู้ถือหุ้นกู้ไม่จำต้องนำใบหุ้นกู้หรือใบรับเพื่อใช้แทนใบหุ้นกู้มาเวนคืนหรือส่งมอบให้แก่นายทะเบียนหุ้นกู้ เว้นแต่ในกรณีที่มีข้อสงสัย ผู้ออกหุ้นกู้และนายทะเบียนหุ้นกู้สามารถใช้ดุลพินิจเรียกให้ผู้ถือหุ้นกู้รายใด ๆ นำใบหุ้นกู้มาเวนคืนได้ |